CFDs are complex instruments and come with a high risk of losing money rapidly due to leverage. 62% of retail investor accounts lose money when trading CFDs with this provider.

You should consider whether you understand how CFDs work and whether you can afford to take the high risk of losing your money.

Please be advised that our Client Portal is scheduled for essential maintenance this weekend from market close on Friday 5th April, 2024, and should be back up and running before markets open on Sunday 7th April, 2024.

เรายินดีที่จะแจ้งให้ทราบว่าเรากำลังเตรียมพร้อมสำหรับการอัปเดต Client Portal เพื่อมุ่งเน้นที่จะปรับปรุงประสบการณ์ของคุณกับเรา
Client Portal จะไม่พร้อมให้คุณใช้งานตั้งแต่ตลาดปิดใน วันศุกร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2567 และควรสำรองข้อมูลและทำงานก่อนตลาดเปิดให้บริการใน วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2567

CFDs are complex instruments and come with a high risk of losing money rapidly due to leverage. 62% of retail investor accounts lose money when trading CFDs with this provider.

You should consider whether you understand how CFDs work and whether you can afford to take the high risk of losing your money.

Search
Close this search box.

วิธีการเทรดด้วยค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่: คู่มือฉบับละเอียด

ในโพสต์นี้ เราจะพูดถึงวิธีใช้ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ในกลยุทธ์การซื้อขายของคุณ นอกจากนี้ เราจะดูเคล็ดลับบางประการสำหรับการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ มาเริ่มกันเลย!
Moving Average Chart

มันสามารถช่วยคุณระบุสัญญาณซื้อและขายได้ รวมถึงแนวโน้มของราคาตลาดด้วย ในบทความนี้ เราจะมาเรียนรู้วิธีการใช้ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ในกลยุทธ์การเทรดของคุณ เราจะมาเรียนรู้เคล็ดลับที่ช่วยให้ใช้มันได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย มาเริ่มกันเลย!

เราจะเริ่มด้วยการอธิบายว่าค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่คืออะไร ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่รูปแบบต่างๆ และดูว่าเราจะคำนวณมันได้ยังไง เราจะมาดูวิธีใช้ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ในการวิเคราะห์แนวโน้ม และแนวรับแนวต้าน สุดท้าย เราจะสรุปว่าคุณจะสามารถใช้ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ในการเทรดให้มีประสิทธิภาพได้ยังไง

 

ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่คืออะไร

 

ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่เป็นเครื่องบ่งชี้ทางเทคนิคที่จะช่วยให้ดูพฤติกรรมของราคาได้ง่ายขึ้นด้วยการคัดกรอง “สิ่งรบกวน” จากความผันผวนของราคาที่คาดการณ์ไม่ได้ออกไป มันจะช่วยคำนวณค่าเฉลี่ยของราคาตลาดในช่วงเวลาที่กำหนด ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่สามารถใช้ได้กับชุดข้อมูลทุกรูปแบบ ทั้งหุ้น ดัชนีตลาดหุ้น ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์และ Forex ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่มักจะถูกใช้เพื่อระบุแนวโน้มตลาด หรือระดับแนวรับแนวต้าน มันยังสามารถนำไปใช้สร้างสัญญาณซื้อหรือขายได้ด้วย มีค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่หลายรูปแบบ ทั้งค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบปกติ ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบถ่วงน้ำหนักและค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โพเนนเชียล การเลือกรูปแบบค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ เป้าหมายและสไตล์การเทรดของนักเทรด

 

ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่รูปแบบต่างๆ และวิธีคำนวณ

 

มีค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่หลักอยู่สามแบบซึ่งนักเทรดมักจะใช้กันเป็นประจำ:

  • ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบปกติ (SMA)
  • ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ถ่วงน้ำหนัก (WMA)
  • ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โพเนนเชียล (EMA)

daily gold moving averages

ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบปกติ (SMA)

 

ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบปกติ (SMA) คำนวณด้วยการรวมราคา n ล่าสุด จากนั้นก็หารด้วย n SMA เป็นคือหนึ่งในเครื่องบ่งชี้ทางเทคนิคที่เป็นที่นิยมที่สุดในหมู่นักเทรดและนักลงทุน

วิธีการคำนวณ

SMA ในช่วง n จะใช้วิธีการคำนวณดังนี้:

SMA = (P1 + P2 + …… + An) / n

โดย Pi คือจุดของข้อมูลในช่วงเวลา ith

 

ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ถ่วงน้ำหนัก (WMA)

 

ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ถ่วงน้ำหนัก (WMA) เป็นรูปแบบค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ที่ให้ความสำคัญกับจุดข้อมูลในปัจจุบันมากกว่า ในขณะที่ SMA คำนวณค่าเฉลี่ยจากชุดข้อมูล WMA จะให้น้ำหนักกับแต่ละจุดข้อมูล โดยจุดข้อมูลล่าสุดจะมีน้ำหนักมากที่สุด ทำให้ WMA ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลที่ทันสมัยมากกว่าซึ่งมีประโยชน์สำหรับการติดตามแนวโน้มตลาด

วิธีการคำนวณ

WMA ในช่วง n จะใช้วิธีการคำนวณดังนี้:

WMA = (P1*W1 + P2*W2 + …… + Pn*Wn)/ n

ซึ่ง Pi และ Wi เป็นจุดข้อมูลในช่วงเวลา ith และน้ำหนักตามลำดับ

 

ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โพเนนเชียล (EMA)

 

ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โพเนนเชียล (EMA) เป็นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ที่คล้ายคลึงกับ SMA และใกล้เคียงกับ WMA เว้นแต่ว่ามันจะเน้นไปที่ข้อมูลใหม่ล่าสุดมากกว่า แปลว่าค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โพเนนเชียลสามารถจับการเปลี่ยนแปลงราคาล่าสุดได้เร็วกว่า ในบางครั้ง EMA ก็ถูกเรียกว่าเป็นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ถ่วงน้ำหนักแบบเอ็กซ์โพเนนเชียล การคำนวณ EMA นั้นซับซ้อนกว่า SMA หรือ WMA เล็กน้อย

วิธีการคำนวณ

EMA ในช่วง n จะใช้วิธีการคำนวณดังนี้:

EMA = (C – P) * (2 / (n + 1)) + P

โดย C และ P คือจุดข้อมูลล่าสุดและค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โพเนนเชียลของช่วงเวลาก่อนหน้านี้ตามลำดับ (ในช่วงแรกจะใช้ SMA)

 

วิธีการใช้ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ในการเทรด

 

เราจะมาดูสามวิธีหลักในการใช้ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ในการเทรด:

  • ทิศทางแนวโน้ม
  • แนวรับและแนวต้าน
  • จุดตัดเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่

 

ทิศทางแนวโน้ม

 

ว่าง่ายๆ ก็คือทิศทางของค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ที่ชี้ขึ้น ลง หรือไม่แน่นอนสามารถบอกแนวโน้มพื้นฐานของตลาดได้ ยิ่งค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ยาวเท่าไหร่ จำนวนจุดข้อมูลก็มากขึ้นเท่านั้น และมันจะยิ่งช่วยให้เราคาดการณ์แนวโน้มตลาดในระยะที่ยาวขึ้นได้ ดังนั้นบนกราฟในแต่ละวัน ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ของ 10 วันจะบอกแนวโน้มในระยะสั้น แต่ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วันจะบอกแนวโน้มในระยะที่ยาวกว่ามาก นอกจากนั้นแล้ว เราก็สามารถดูช่วงเวลาในระยะสั้นได้ อย่างช่วง 5 ถึง 30 นาทีซึ่งมันจะทำให้เราเห็นทิศทางของแนวโน้มระหว่างวัน

 

แนวรับและแนวต้าน

 

เราสามารถนำค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่มาใช้เป็นแนวรับและแนวต้านแบบง่ายๆ ได้ เมื่อราคาสูงกว่าค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ จะถือว่าเป็นแนวรับ เช่นเดียวกัน ถ้าราคาต่ำลงกว่าค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ ก็จะถือว่าเป็นแนวต้าน ดังนั้นคุณอาจออกแบบกลยุทธ์การเทรดโดยใส่สัญญาณเวลาที่ราคาสูงกว่าหรือต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ในช่วงเวลาของกราฟที่กำหนดเอาไว้ ความยาวของค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่และกรอบเวลาในกราฟนั้นขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ของคุณ และคุณสามารถใช้ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่เป็นแนวรับและแนวต้านและใช้เป็นปัจจัยหลักในกลยุทธ์ของคุณได้ หรือคุณสามารถใช้มันเป็นปัจจัยที่เป็นคุณสมบัติเสริมให้แก่กลยุทธ์ที่ครอบคลุมมากกว่าซึ่งใช้เครื่องบ่งชี้อื่น

 

จุดตัดเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่

 

จุดตัดเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่เกิดขึ้นเมื่อค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่หนึ่งอยู่เหนือหรือต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่อีกเส้นหนึ่งซึ่งมีความยาวต่างกันและมันสามารถนำมาใช้เป็นสัญญาณบ่งบอกการกลับตัวของแนวโน้มได้ ถ้าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ที่สั้นกว่า (ค่าจากการคำนวณช่วง n ต่ำ) ตัดขึ้นไปเหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ยาวกว่า (ค่าจากการคำนวณช่วง n สูง) เราสามารถใช้มันเป็นสัญญาณการซื้อได้ และถ้าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ที่สั้นกว่าตัดลงมาใต้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ยาวกว่า เราก็สามารถใช้มันเป็นสัญญาณการขายได้ ขอย้ำอีกครั้งว่าความยาวของเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ทั้งสองและกรอบเวลาของกราฟขึ้นอยู่กับกลยุทธ์การเทรดส่วนตัวของคุณและควรนำไปทดสอบเพื่อปรับว่าควรใช้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ที่ยาวหรือสั้น

 

ข้อสรุปสำคัญเรื่องค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่

 

ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่เป็นหนึ่งในเครื่องบ่งชี้ทางเทคนิคที่มีคนใช้ในการเทรดมากที่สุด ในบทความนี้ เราได้อธิบายว่าค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่คืออะไร ดูค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ทั้งสองรูปแบบและวิธีคำนวณ และเราก็ได้พูดถึงวิธีการใช้มันในการเทรดด้วย ถ้าคุณอยากเรียนรู้เรื่องการวิเคราะห์ทางเทคนิคเพิ่มเติม เข้าไปที่ ศูนย์การเรียนรู้ ได้เลย และถ้าอยากศึกษาเรื่องสัญญาณการเทรดที่มีประโยชน์ อย่าลืมเข้าไปดู บทความอื่นๆของเราล่ะ

พร้อมที่จะ เริ่มซื้อขาย แล้วหรือยัง?
โพสต์ที่เกี่ยวข้อง
Opec symbol on the oil barrel and oil pipe line valve in front of the barrels
คู่มือการซื้อขาย
โอเปกคืออะไร และเหตุใดเทรดเดอร์จึงควรรู้เรื่องนี้?

โอเปกหรือ OPEC เป็นพันธมิตรด้านน้ำมันซึ่งมีอิทธิพลต่อราคาและอุปทานทั่วโลก เรียนรู้ว่าการตัดสินใจด้านการผลิตของโอเปกส่งผลต่อฟิวเจอร์สน้ำมัน หุ้นพลังงาน สินค้าโภคภัณฑ์ และสร้างโอกาสในการเทรดได้อย่างไร

exotic currency
คู่มือการซื้อขาย
ทุกสิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับคู่เงินพิเศษ

ในการซื้อขายฟอเร็กซ์ คู่เงินหลักและคู่รองมักได้รับความสนใจอย่างมาก อย่างไรก็ตาม คู่สกุลเงินแปลกใหม่ก็สามารถเสนอโอกาสในการซื้อขายได้เช่นกัน

สมัครสมาชิกบล็อกของเรา
สำหรับข่าวสารล่าสุดและแหล่งข้อมูลการซื้อขาย โปรดส่งตรงไปที่กล่องจดหมายของคุณ
rotator.png

เรากำลังพาท่านไปสู่ Hantec Trader ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของเรา

โปรดทราบว่า Hantec Trader ไม่รองรับลูกค้าจากสหรัฐอเมริกาหรือประเทศที่ถูกจำกัดอื่นๆ